หน้ารวม Pic Post Pic Post ของฉัน สุดยอด Pic Post สุดยอดนักโพสต์ ค้นหา Post รูป

เนียง

โพสต์โดย อีเย็น

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Archidendron jiringa Nielsen ชื่อพ้อง : Pithecellobium lobatum Benth., P. jirniga (Jack) Prain ex King วงศ์ : Fabaceae ชื่ออื่นๆ : ขาวแดง คะเนียง ชะเนียง ชะเอียง เจ็งโกล ตานิงิน เนียง เนียงใหญ่ เนียงนก ผักหละต้น พะเนียง มะเนียง มะเนียงหย่อง ยิริงหรือยือริง ยินิกิง หย่อง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เนียงเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูง 10-15 ม. เปลือกต้นสีเทาหรือน้ำตาลอ่อนปนเทา เรือนยอดเป็นพุ่มกลมใหญ่ ดอกสีขาว ขนาดเล็ก ออกเป็นช่อ ผลเป็นฝักแบนเป็นเกลียวไปทางเดียวกัน คล้ายรูปเกือกม้า ผิวสีน้ำตาลคล้ำหรือน้ำตาลอมม่วง เมล็ดมีลักษณะ คล้ายเมล็ดถั่ว 2 ฝา กริ๊ง…กริ๊ง…กริ๊ง “ ฮัลโหล…ฮัลโหล ” “ โทรจากศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลรามาค่ะ ” เมื่อต้นเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เราได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยชาวกะเหรี่ยงหลายคนมารักษาที่ รพ.ตาก ด้วยอาการปัสสาวะเป็นเลือด ไตวาย ซักประวัติได้ว่ารับประทานข้าวกับลูกเนียงดิบติดต่อกันหลายวัน ทำให้ย้อนนึกถึงเหตุการณ์เช่นนี้อีกหลายรายที่มีอาการพิษจากการรับประทานลูกเนียง จริงๆ แล้วลูกเนียงหรือเมล็ดเนียง เป็นผักที่ นิยมรับประทานกัน โดยเฉพาะทางภาคใต้ของไทย เรา ซึ่งนิยมรับประทานเป็นผักสด ใช้ลูกอ่อนปอก เปลือกจิ้มน้ำพริก หรือรับประทานร่วมกับอาหารรส เผ็ด หรือบริโภคลูกเนียงเพาะ (นำลูกเนียงไปเพาะในฟางจนต้นอ่อนงอก) ลูกเนียงดอง หรือทำให้สุก โดยต้มหรือย่าง ลูกเนียงนับเป็นผักที่มีคุณค่าทาง อาหาร คือ มีโปรตีน 7.9 กรัม % คาร์โบไฮเดรท 36.2 กรัม % ไขมัน 0.2 กรัม % วิตามินบี 1 บี 2 วิตามินซี กรดโฟลิค และแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก มีกรดอะมิโน 18 ชนิด และมี กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทั้ง 8 ชนิด โดย ทั่วไปคนส่วนมากรับประทานลูกเนียงแล้วมักไม่เกิด อาการผิดปกติใดๆ มีบางคนเท่านั้นที่รับประทานลูก เนียงแล้วเกิดอาการพิษ แม้แต่ในสัตว์ทดลองก็ให้ผล ผลแตกต่างกัน เช่น ในรายงานการวิจัยของ มงคล โมกขะสมิต ให้สุนัขกินลูกเนียงดิบ 8-9 ลูก/วัน พบ ว่าสุนัขมีปริมาณปัสสาวะ 24 ชม. ลดลงเล็กน้อย และไม่มีความเป็นพิษต่อไตของสุนัขเลย สารที่ก่อให้เกิดอาการพิษ สารที่ก่อให้เกิดอาการพิษในลูกเนียง คือ djenkolic acid (กรดเจ็งโคลิค) ในลูกเนียง 1 กรัม จะมีกรดเจ็งโคลิค 15.86 ? 6.6 มก. ประมาณ 93 % ของกรดอยู่ในสภาพอิสระ และมีเพียง 7 % เท่านั้นที่รวมตัวกับโปรตีน สุวิทย์ อารีกุล และคณะ ได้กรอกหรือฉีดกรดเจ็งโคลิคในหนูถีบจักร พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของปัสสาวะ และพยาธิสภาพของไตเหมือนหนูถีบจักรที่ถูกกรอก ด้วย สารสกัดจากลูกเนียง อาการเป็นพิษที่พบ มักเกิดอาการภายใน 2-14 ชม. ภายหลังรับประทาน เริ่มด้วยมีอาการปวดตามบริเวณขาหนีบ ปัสสาวะลำบาก ปวดปัสสาวะมาก บางรายไม่มีปัสสาวะ (anuria) ปัสสาวะขุ่นข้น บางคราวปัสสาวะเป็นเลือด บางรายมีอาการปวดท้องแบบ colic ปวดท้องน้อย และปวดหลัง อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ความดันโลหิตสูง จากรายงานการศึกษาความเป็นพิษของลูกเนียงของ สุวิทย์ อารีกุล และคณะ กรอกสารละลายของลูกเนียงที่สกัดด้วย 70 % เอทานอล ความเข้มข้น 100 ก./100 ซีซี (มีกรดเจ็งโคลิคประมาณ 5 มก./ซีซี) ในหนูถีบจักร 22 ตัวๆละ 1 ซีซี หนูขาว 9 ตัวๆละ 6 ซีซี และลิงวอก 5 ตัวๆละ 15 ซีซี พบว่าปริมาณปัสสาวะในสัตว์ทดลองทั้ง 3 ชนิดลดลง ปัสสาวะขุ่นข้น มีเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว epithelial cell , albumin และ amorphous particles เพิ่มขึ้นกว่าปกติ ความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะของลิงลดลง ปัสสาวะของหนูถีบจักรตัวหนึ่งมีผลึกรูปเข็มจำนวนมากในวันที่ 3 ภายหลังได้สารสกัด ผลการตรวจชิ้นเนื้อในสัตว์ทดลอง พบว่าเกิด acute tubular necrosis และมีบางส่วนของ glomeruli cell necrosis ร่วมด้วย และมีผู้ศึกษาความเป็นพิษของลูกเนียง พบว่าเป็นพิษต่อไต ตัวอย่างผู้ป่วย ตัวอย่างที่ 1 ชายท่านหนึ่ง จม.ถามมาที่สำนักงานข้อมูลสมุนไพร มีประวัติว่ารับประทานลูกเนียงเข้าไปประมาณ 10 ลูก มีอาการปัสสาวะไม่ค่อยออก ปวดท้องน้อยและหลัง แต่หลังจากนอนพัก 4-5 วัน อาการก็หายไป ตัวอย่างที่ 2-8 เป็นรายงานผู้ป่วยฝ่ายอายุรกรรม รพ.ยะลา ตั้งแต่ปี 2525-2528 โดย ยุทธิชัย เกษตรเจริญ และคณะ ตัวอย่างที่ 2 ผู้ป่วยชาย อายุ 32 ปี รับประทานลูกเนียง มีอาการปัสสาวะไม่ออก และปวดท้องน้อยร้าวไปข้างหลัง ผลตรวจ vital sign และผลตรวจเลือดปกติ ผลตรวจปัสสาวะพบ ความถ่วงจำเพาะ 1.007 , albumin 1+ , RBC 300 cell/HP2 , BUN / Cr 10 / 1.7 , plain KUB ปกติ ได้รับการรักษาโดยให้น้ำเกลือ , NaHCO3 และ lasix ทางหลอดเลือด และสวนปัสสาวะ พักรักษาอยู่ รพ. 3 วัน จึงกลับบ้านได้ ตัวอย่างที่ 3 ผู้ป่วยหญิงอายุ 44 ปี รับประทานลูกเนียง 10+ ลูก มีอาการปัสสาวะไม่ออก และปวดท้องน้อยร้าวไปข้างหลัง ผลตรวจ vital sign และผลตรวจเลือดปกติ ผลตรวจปัสสาวะพบ ความถ่วงจำเพาะ 1.013 , albumin 1+ , RBC 300 cell/HP2 , BUN / Cr 14 / 1.0 , plain KUB ปกติ ได้รับการรักษาโดยให้น้ำเกลือ , NaHCO3 และ lasix ทางหลอดเลือด ให้ยาคลายกล้ามเนื้อ และโซดา-มินต์ ตัวอย่างที่ 4 ผู้ป่วยชาย อายุ 24 ปี รับประทานลูกเนียง มีอาการปัสสาวะกะปริดกะปรอย มีเลือดปน และปวดท้องน้อยร้าวไปข้างหลัง ผลตรวจ vital sign และผลตรวจเลือดปกติ ผลตรวจปัสสาวะพบ ความถ่วงจำเพาะ 1.013 , albumin 1+ , RBC 150-200 cell/HP2 , WBC 4-7 cell/HP2 , BUN / Cr 33 / 3.3 , plain KUB ปกติ ได้รับการรักษาโดยให้น้ำเกลือ และ lasix ทางหลอดเลือด ให้ยาคลายกล้ามเนื้อเข้ากล้าม และยาปฏิชีวนะ พักรักษาอยู่ รพ. 5 วัน จึงกลับบ้านได้ ตัวอย่างที่ 5 ผู้ป่วยชาย อายุ 45 ปี รับประทานลูกเนียงมาก มีอาการถ่ายปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะมีเลือดปน และปวดที่หัวหน่าวร้าวไปหลัง ผลตรวจ vital sign และผลตรวจเลือดปกติ ผลตรวจปัสสาวะพบ ความถ่วงจำเพาะ 1.030 , albumin 4+ , RBC 50-100 cell/HP2 , plain KUB ปกติ ได้รับการรักษาโดยสวนปัสสาวะที่ห้องฉุกเฉิน ได้ปัสสาวะ 2-3 ลบ.ซม. ให้ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาปฏิชีวนะ และโซดามินต์ ตัวอย่างที่ 6 ผู้ป่วยหญิง อายุ 45 ปี รับประทานลูกเนียง มีอาการปัสสาวะกะปริดกะปรอย และปวดที่ท้อง

แชร์บน FacebookXLINE แชร์
เนียง
เนียง
เนียง
เนียง
Tags ที่เกี่ยวข้อง : aong
มีผู้เข้าชมแล้ว 2,887 ครั้ง
โพสต์โดย: อีเย็น , 16 ปี
เป็นกำลังใจให้เจ้าของอัลบัมโดยการ "VOTE" และ "SHARE"
21 VOTES (4.2/5 จาก 5 คน)
 
แชร์บน FacebookXLINE แชร์
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

คอมเมนต์

Pic Post อื่นๆ ของ อีเย็น

คาด น้ำปิง ทะลักตัวเมืองเชียงใหม่อีกรอบ เที่ยงคืนวันนี้ คลิป หนุ่มเวียดนามทำซึ้ง จัดฉาก ขอสาวแต่งงาน ฮิตบนยูทูป ชาวบ้านถ่ายติดพญานาคขณะน้ำท่วมหนัก (ชัดมาก) บรื้ออออออ หญิงเสพติดเถ้ากระดูกสามีดู Pic Post ทั้งหมดของ อีเย็น (164)