เผยวิกฤติศัลยกรรม และเรื่องลับ ๆ ชวนอึ้งของ ซันนี่ ยูโฟร์
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก รายการวู้ดดี้เกิดมาคุย, Youtube.com โพสต์โดย MeejungLove, youtube.com โพสต์โดยคุณ gmranyes
สาวประเภทสองที่หลายคนรู้จักกันดีอย่างซันนี่ ยูโฟร์ ที่เรียกตัวเองว่ากะเทยรุ่นบุกเบิก!! หายหน้าหายตาไปเกือบ 3 ปี หลังจากที่ไปทำศัลยกรรมแบบประหยัดจนทำให้ใบหน้าที่เคยสวย กลายเป็นตรงกันข้าม มาวันนี้ ซันนี่ กลับมาแล้วพร้อมเผยชีวิตแบบหมดเปลือก กับเรื่องราวเกี่ยวกับศัลยกรรม และสองเรื่องราวความลับ ที่เจ้าตัวอยากจะสารภาพให้สังคมได้ฟังผ่านรายการ วู้ดดี้เกิดมาคุย โอ้วววว! เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันเลย
ซันนี่ ยูโฟร์ หรือ นายญาณวรุตม์ สุทธิวาส อายุ 40 ปี หลายคนคงได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมานาน แต่ใครจะรู้ว่า กะเทยรุ่นใหญ่คนนี้จะเคยเป็นนักร้องบอยแบนด์ชื่อดังมาก่อน ในนามวงยูโฟร์ ก่อนที่จะประกาศลั่นวงการว่าเธอเป็นสาวประเภทสองเต็มตัว จากนั้นเธอก็ได้ไปศัลยกรรมเสริมความงามทั้งใบหน้าและหุ่นแบบสวยเช้งกะเด๊ะ กับหมอราคาถูกย่านแจ้งวัฒนะ จนกระทั่งซิลิโคนทำพิษ เน่าเละ และเป็นพังผืด ไปทั่วใบหน้าสร้างความสยองให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
โดย ซันนี่ เปิดใจเล่าเรื่องดังกล่าวให้ฟังว่า ตนได้ศัลยกรรมหลายส่วนมา ทั้งหน้าตา และร่างกาย แต่ที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อสามปีที่แล้วที่ หน้าอก และสะโพกของตนบวมจนเน่า อีกทั้งใบหน้าของตนยังบิดเบี้ยวไม่เข้ารูป จนทำงานไม่ได้ ทั้งนี้ เป็นเพราะตนมักง่าย อยากสวยไว ๆ ในราคาประหยัด จึงไปให้ร้านหมอราคาถูกทำศัลยกรรมให้ ซึ่งตอนแรกตนไม่รู้ว่าหมอศัลยกรรมดังกล่าวเป็นหมอเถื่อน เพราะหน้าร้านนั้นเหมือนคลินิกทั่วไป มีทั้งป้ายอนุญาต ภายในร้านตกแต่งให้สะอาดสะอ้าน ทำให้ตนเชื่อถือ และเข้าไปทำศัลยกรรมกับร้านหมอดังกล่าว ในช่วงแรกตนก็รู้สึกแฮปปี้ อยากเพิ่มตรงนู้น ลดตรงนี้ เขาก็ทำให้เราหมด แต่พอนาน ๆ ไป หน้าตนเริ่มเบี้ยว และมีอาการปวด อักเสบอย่างหนัก ตนจึงไปหาหมอผู้เชี่ยวชาญ จึงได้รู้ว่า หมอศัลยกรรมคนนั้นเป็นหมอเถื่อน คลีนิกเถื่อน และใช้ยาเถื่อน ยาปลอมฉีดให้ตน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันมะกอก น้ำมันหมู แล้วบอกกับตนว่าเป็นซิลิโคน
ซันนี่ เล่าต่อไปว่า จากนั้นตนรู้สึกรับใบหน้าตนเองไม่ได้แล้ว เลยเข้าไปปรึกษาคุณหมอเทพ เวชวิสิฐ ศัลยแพทย์ชื่อดัง ซึ่งทางรายการดังกล่าวได้พาคุณหมอมาเซอร์ไพรส์ ซันนี่ ด้วย โดยคุณหมอ เล่าอาการของซันนี่ให้ฟังว่า มาตอนแรกตนก็ตกใจเพราะหน้าผิดรูปมาก แต่ตนก็ได้ขูดซิลิโคนออกให้ ซึ่งบางส่วนก็ไม่สามารถขูดได้ เพราะมันกลายเป็นพังผืดติดกับเนื้อไปแล้ว ส่วนที่เห็นว่าใบหน้า และปากของซันนี่ยังดูอูม ๆ บวม ๆ นั้น ตนไม่สามารถแก้ไขให้ได้แล้ว เพราะอาจจะไปโดนเส้นประสาทสำคัญ ซึ่งมันจะเสี่ยงต่อการทำให้คางเบี้ยวถาวร
เมื่อถามซันนี่ว่า พอใจกับใบหน้าของเธอหรือไม่ สาวซันนี่ตอบทันควันเลยว่า ทุกวันที่ตนมองกระจก ตนไม่ได้รู้สึกว่าพอใจหรือไม่พอใจ แต่ตนบอกตัวเองว่า "ซันนี่ พอได้แล้ว" เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับรูปร่างหน้าตาของตนนั้น เกิดขึ้นเพราะมักง่าย คิดน้อย และอยากจะฝากข้อคิดถึงคนที่อยากจะทำศัลยกรรมด้วยว่า การทำศัลยกรรมเป็นเรื่องใหญ่ เพราะทุกสิ่งที่เราตัดสินใจทำแล้วนั้น จะติดตัวเราไปตลอด ตนอยากให้ทุกคนศึกษาข้อมูลให้ละเอียดจากหลาย ๆ ช่องทาง หลาย ๆ ร้าน แล้วอย่างกไปศัลยกรรมแบบประหยัดโดยเด็ดขาด เพราะผลที่ตามมามันจะทำให้เราต้องเสียเงินแก้อีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว
และเมื่อพูดคุยเรื่องราวศัลยกรรมที่เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์จบแล้ว พิธีกรจึงซักถามประเด็นของซันนี่ ที่เธอกล่าวไว้ต้นรายการว่า เธออยากจะสารภาพเรื่องราวความลับแบบหมดเปลือกด้วยกันสองเรื่อง!! ที่เธอรับรองว่าเมื่อได้ฟังแล้วจะต้องช็อกอย่างแน่นอน
ลองไปขายบริการ ที่ริมถนน ประเทศเยอรมัน!!
ใครเลยจะรู้ว่าช่วงที่ซันนี่หายไปถึง 3 ปีนั้น เธอจะไปลองขายบริการ!! ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวลือหนาหูมาว่าซันนี่ตกอับถึงขนาดต้องไปขายบริการที่ถนนในประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับเรื่องนี้สาวซันนี่ได้เล่าว่า เรื่องราวที่ขาเม้าท์พูดถึงตนนั้นเป็นเรื่องจริง โดยตอนที่ตนพักรักษาตัว ตนได้ไปเที่ยวและพักตามบ้านเพื่อนที่ต่างประเทศ แล้วเพื่อนของตนประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์มีอาชีพขายบริการทางเพศให้แก่ลูกค้าเกย์ทั้งหลาย จนมีเงินทองมากมายและได้ดิบได้ดีกันทุกคน ซึ่งเหล่าเพื่อน ๆ ก็ได้พยายามชักชวนให้ตนลองขายบ้าง "ตนก็นึกสนุกเลยแต่งตัวสวย ๆ ไปยืนข้างถนนที่เยอรมันเพื่อที่จะขายตัวบ้าง แต่ก็ไม่มีคนซื้อ"
เหงาและว่าง จึงต้องลองซื้อบริการ!!
หลังจากที่ซันนี่กลับจากการพักฟื้นรักษาตัว ก็กลับมาอยู่เมืองไทย แต่ตอนนั้นว่างมากจนไม่รู้จะทำอะไร เธอจึงหาอะไรทำแก้เซ็งโดยการลองขับรถไปซื้อบริการในย่านค้าขายบริการทางเพศแห่งหนึ่ง โดยสาวซันนี่ได้เปิดเผยให้ฟังว่า ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของเธอ ที่เธอทำไปเพราะอยากลอง เธอได้ชักชวนเพื่อน ๆ ขับรถไปถนนแห่งหนึ่ง เมื่อไปถึงก็เจอเด็ก อายุประมาณ 19-20 ยืนอยู่ข้างทาง และเมื่อเธอกับเพื่อนชะลอรถ เด็กผู้ชายเหล่านั้นก็จะวิ่งเข้ามา พร้อมพูดคุย และตกลงราคา ซึ่งพอตกลงราคาได้ตนก็พาเด็กผู้ชายคนนั้นไปโรงแรมแห่งหนึ่ง เด็กชายคนดังกล่าวได้บอกกับตนว่าอายุ 19 แต่ตนรู้สึกว่าน่าจะเด็กกว่านั้น จึงขอดูบัตรประชาชน เมื่อตนได้ดูแล้วถึงกับอึ้ง เพราะอายุของเด็กคนนั้นเพิ่งผ่านการทำบัตรประชาชนมาได้เพียงแค่ไม่กี่วัน
พอตนรู้ดังนั้น ตนจึงเลิกซื้อบริการอย่างเด็ดขาด เหตุเพราะตนเป็นครูสอนร้องเพลง มีลูกศิษย์อายุรุ่นราวประมาณนี้ จึงทำให้ตนคิดได้ว่า เป็นเรื่องที่ไม่สมควร และตนก็ทำไม่ลง เด็กขายบริการพวกนั้นน่าจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าเด็ก ๆ ต้องการเงินเพื่อมาซื้อของที่ต้องการ และอยากมีอยากได้เป็นของธรรมดา แต่ไม่ควรเป็นวิธีนี้ ตนจึงคิดว่า ถ้าตนไม่ซื้อ ถ้าคนอื่น ๆ ไม่ซื้อ อาชีพนี้ก็คงจะหมดไป หรืออย่างน้อยก็คงจะลดลงได้บ้าง
อินเลิฟกับหนุ่มอายุ 20!!
และเมื่อสาวซันนี่ได้เปิดเผยเรื่องราวลับ ๆ



iPhone 6 กับ 5 เหตุผล ที่มาแน่ 20 มิ.ย. นี้ !!
น้องมอส
ละครนางโชว์ ทำไมถึงเนื้อหาไม่เหมือนอันเก่าละ??
ซื้อแบบไหนดี